การทำความสะอาดนาฬิกาหลังการใช้งาน?
การดูแลรักษานาฬิกาเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและคงความสวยงามของนาฬิกาเรือนโปรดของคุณไว้ได้นานๆ โดยมีข้อควรปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้
- การทำความสะอาดหลังการใช้งาน ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เนื้อนุ่มเช็ดทำความสะอาดตัวเรือน เพื่อขจัดคราบเหงื่อไคล ฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกต่างๆที่อาจทำให้เกิดคราบหรือการกัดกร่อน
วิธีการทำความสะอาดสายนาฬิกา
- สายโลหะ : หากเป็นสายโลหะ สามารถใช้แปรงสีฟันขนอ่อนร่วมกับน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดทำความสะอาดตามซอกข้อต่อต่างๆ ได้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด (สำหรับนาฬิกาที่กันน้ำ) และเช็ดให้แห้งสนิท
- สายหนัง : สายหนังไม่ควรให้โดนน้ำบ่อยๆ เพราะจะทำให้หนังแข็งและเสื่อมสภาพเร็ว หากเปื้อน ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดเบาๆ แล้วปล่อยให้แห้งเองในที่ร่ม ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมหรือนำไปตากแดด
- สายยาง/เรซิน : สามารถทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ ได้ จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. วิธีการเก็บรักษา
เก็บในที่เหมาะสม : ควรเก็บนาฬิกาไว้ในกล่องหรือในที่ที่ไม่มีฝุ่น ความชื้น หรือแสงแดดส่องถึงโดยตรง เพราะความร้อนและแสงแดดอาจทำให้สีของนาฬิกาซีดจางลง
หลีกเลี่ยงสารเคมี : ระวังไม่ให้นาฬิกาสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ เช่น น้ำหอม สเปรย์ฉีดผม หรือแอลกอฮอล์ เพราะสารเหล่านี้อาจทำร้ายตัวเรือนและสายนาฬิกาได้
ระวังการกระแทก: หลีกเลี่ยงการสวมใส่นาฬิกาในกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงหรืออาจเกิดการกระแทกได้ง่าย
3. ข้อควรระวังเพิ่มเติม
นาฬิกาควอตซ์ (แบตเตอรี่) : หากพบว่าเข็มวินาทีเดินครั้งละ 2-5 วินาที แสดงว่าแบตเตอรี่ใกล้หมด ควรรีบนำไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ร้านที่มีความเชี่ยวชาญทันที เพื่อป้องกันของเหลวในแบตเตอรี่รั่วไหลและทำลายกลไกภายใน
นาฬิกาอัตโนมัติ (Automatic) : ควรหมั่นสวมใส่เป็นประจำเพื่อให้กลไกทำงาน หากไม่ได้ใส่เป็นเวลานานจนนาฬิกาหยุดเดิน สามารถไขลานด้วยมือ (ถ้ามี) หรือเขย่าเบาๆ เพื่อให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง และควรนำไปตรวจเช็คและล้างเครื่องตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ (โดยปกติคือทุก 3-5 ปี)
นาฬิกากันน้ำ : แม้นาฬิกาจะระบุว่ากันน้ำได้ แต่ควรตรวจสอบระดับการกันน้ำก่อนการใช้งาน เช่น การใส่อาบน้ำ ล้างจาน หรือว่ายน้ำ และหลังจากการโดนน้ำทะเล ควรล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งทันที เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากเกลือ